จัดทำโดย 4901102367 นางสาวรุ่งรัตน์ ตลับเพชร
> คปภ.จัดเกรดละเอียดยิบวัดผลรายเดือน-รายปีแนวทางการตรวจสอบและกำกับบริษัทประกันภัยแนวใหม่ที่เรียกว่าระบบเตือน ภัยล่วงหน้า (Early Warning System : EWS) ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะนำมาใช้ตรวจสอบและกำกับฐานะ การเงินบริษัทประกันภัยเพื่อให้ทุกบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นการเตรียม ความพร้อมรองรับกติกาสากลเกณฑ์ดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง (Risk-based Capital : RBC) ที่จะใช้ในปี 2554 รวมถึงการเปิดเสรีภาคประกันภัยในอนาคตอันใกล้ โดยมีกำหนดเริ่มใช้ระบบตรวจสอบและกำกับแนวใหม่ในเดือนกันยายนนี้
อย่างไรก็ดี ก่อนเริ่มใช้ระบบใหม่ คปภ. ให้เวลาบริษัท 30 วันทบทวนระบบตรวจสอบและกำกับแนวใหม่จะปรับแก้ตรงจุดใดบ้าง ภายหลังการทำประชาพิจารณ์ซาวเสียงเอกชน รอบแรก ทุกบริษัทเห็นด้วยกับระบบใหม่ แต่มีข้อท้วงติงเกี่ยวกับอัตราส่วนทางการเงิน (financial Ratio) ต่างๆ ที่นำมาวิเคราะห์ฐานะการเงินเพื่อจัดกลุ่มบริษัทประกันภัยอาจจะสูงเกินไป เกรงจะกระทบกับฐานะการเงินจนทำให้บางบริษัทเจ๊งได้ โดยให้นำข้อสรุปมาทำประชาพิจารณ์กันอีกครั้งในเดือนมิถุนายน
>คปภ.วัดฐานะการเงินละเอียดยิบแยกวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายเดือน-รายปี
ซึ่งก่อนหน้านี้ “สยามธุรกิจ” ได้นำเสนอรายละเอียดแนวทางการตรวจสอบและกำกับแนวใหม่ไปแล้ว ฉบับนี้จะลงลึกรายละเอียดอัตราส่วนทางการเงินทั้งหมดที่สำนักงานคปภ. จะนำมาใช้ติดตามฐานะการเงินและผลการดำเนินงานบริษัทประกันภัยมีค่ามาตรฐาน สูง-ต่ำเพียงใด โดยอัตราส่วนทางการเงินทางสำนักงานคปภ.ซอยย่อยเป็นอัตราส่วนรายเดือน และรายปี เริ่มจากอัตราส่วนรายเดือนบริษัทประกันชีวิตมีทั้งหมด 13 ตัวได้แก่
1.เงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย ค่ามาตรฐานต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 150% (กฎหมายกำหนดให้สัดส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายต้องไม่ต่ำกว่า 100% หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยต้องไม่น้อยกว่า 10% ของเบี้ยรับสุทธิในปีที่ผ่านมาแต่ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท บริษัทประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 2% ของเงินสำรองประกันภัยแต่ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท)
2.สินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัยต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 100%
3.สินทรัพย์ ลงทุนต่อสินทรัพย์รวมต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 70%
4.สินทรัพย์ที่ได้รับการประเมินราคาต่อสินทรัพย์รวม (จะยกเลิกเมื่อเริ่มใช้เกณฑ์ดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง : RBC) ต้องมากกว่า หรือเท่ากับ 90%
5.ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย (รวมค่าบำเหน็จ) ต่อเบี้ยประกันภัยสุทธิและ เบี้ยปีแรกต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 100%
6.ค่า ใช้จ่ายในการรับประกันภัย (รวมค่าบำเหน็จ) ต่อเบี้ยประกันภัยสุทธิและเบี้ยปีต่อไปต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 40%
7.ความมั่นคงทางการเงิน (เงินกองทุน/เงินสำรอง) ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 4%
8.การ เปลี่ยนแปลงเงินกองทุน ลดลงได้ไม่เกิน 10% บวกได้มากกว่าหรือเท่ากับ 50%
9.เงินกองทุน ต่อหนี้สินรวม
10.เงินให้กู้ยืมที่ค้างเกิน 180 วันต่อเงินให้กู้ยืมทั้งหมด
11.สินทรัพย์รวมต่อหนี้สินรวม
12.การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์รวมและการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์แต่ละประเภทส่วนอัตราส่วนรายเดือนธุรกิจประกันวินาศภัยมีทั้งหมด 14 ตัว ได้แก่
1.เงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 150%
2.สภาพคล่อง (สำรองค่าสินไหมฯและค่าสินไหมค้างจ่าย) ต้อง มากกว่าหรือเท่ากับ 100%
3.สินทรัพย์ลงทุนต่อหนี้สินผู้เอาประกันภัยต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 100%
4.สินทรัพย์ที่ได้รับการประเมินราคาต่อสินทรัพย์รวม (จะยกเลิกเมื่อเริ่มใช้ RBC) ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 90%
5.ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย (รวมค่าบำเหน็จ) ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40%
6.ค่าสินไหมทดแทน ไม่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 60%
7.ความมั่นคงทาง การเงิน (เงินกองทุน/เบี้ยประกันภัยรับสุทธิ) ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 33%
8.การเปลี่ยนแปลงเงินกองทุนลดลงได้ไม่เกิน 10% บวกได้มากกว่าหรือเท่ากับ 50%
9.เงินกองทุนต่อสินทรัพย์รวม
10.สำรองประกัน ภัยต่อเงินกองทุน
11.เบี้ยประกันภัยค้างรับน้อยกว่า 60 วันต่อเบี้ยประกันภัยค้างรับทั้งหมด ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 75%
12.เบี้ยประกันภัยค้างรับต่อเงินกองทุน ไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 40%
13.การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์แต่ละประเภท และ
14.เบี้ยประกันภัยรับสุทธิต่อเบี้ยประกันภัยรับตรงสำหรับอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ติดตาม ฐานะและการดำเนินงานรายปีธุรกิจประกันชีวิตมีทั้งหมด 29 ตัวเพิ่มจากรายเดือน 16 ตัว อัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นมา ได้แก่
1.ความเพียงพอของรายได้จากการลงทุน
2.ผลตอบแทนจากการลงทุนค่ามาตรฐานยึดผลตอบแทนในตลาด (Market Yield)
3.ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ราคาบัญชี)
4.การเปลี่ยนแปลงของเบี้ยประกันภัยรับรวมและรับสุทธิ ค่ามาตรฐาน ลดลงได้ 10% เพิ่มขึ้นได้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 50%
5.การเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสำรอง (อัตราสำรอง=สำรองเพิ่ม (ลด) เบี้ยย้อนหลัง 12 เดือน) ลดลงได้ 20% เพิ่มขึ้นได้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 20%
6.ผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม
7.เงินลงทุนด้อยค่าต่อสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด
8.เงินลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกันต่อเงินกองทุน
9.สินทรัพย์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และเงินกู้โดยมีอสังหาริมทรัพย์ทำจำนองเป็นประกันต่อสินทรัพย์ลงทุนรวม
10.ความคุ้มครอง ตามกรมธรรม์ที่มีผลบังคับใช้หักเงินสำรองต่อความคุ้มครองตามกรมกธรรม์
11.อัตราส่วนการเวนคืนกรม ธรรม์และกรมธรรม์ขาดอายุต่อกรมธรรม์ใหม่
12.อัตราส่วนการเวนคืนและขาดอายุต่อหนี้สินสุทธิ
13.เบี้ยประกันภัยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
14.การเปลี่ยน แปลงเงินเอาประกันภัยของกรมธรรม์ใหม่
15.การเปลี่ยน แปลงเบี้ยรับจากกรมธรรม์ใหม่และการเปลี่ยนแปลงในเบี้ยประกันภัยรับของแต่ละผลิตภัณฑ์
ขณะที่อัตราส่วนทางการเงินรายปีของธุรกิจประกันวินาศภัยมีทั้งหมด 25 ตัว เพิ่มจากรายเดือน 11 ตัว ได้แก่
1.ผลตอบแทนจาก การลงทุน ยึดผลตอบแทนในตลาด
2.ผลตอบ แทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ราคาบัญชี)
3.การเปลี่ยนแปลงของเบี้ยประกันภัยรับรวมและรับสุทธิลดลงได้ 33% เพิ่มขึ้นน้อยกว่าหรือเท่ากับ 33%
4.การเปลี่ยนแปลงเงินสำรองประกันภัยเทียบกับปีที่แล้ว
5.การเปลี่ยนแปลงเงินสำรอง ประกันของเคลม Long-tailed (Two-year loss development)
6.ประมาณการเงินสำรองส่วนที่ขาดต่อเงินกองทุน
7.เงินลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกันต่อเงินกองทุน
8.เบี้ยประกันภัยรับต่อเงินกองทุน
9.เบี้ยประกันภัยรับสุทธิต่อเงินกองทุน
10.การเปลี่ยนแปลงในเบี้ยประกันภัยรับตรง และ
11.การเปลี่ยนแปลงในเบี้ยประกันภัยรับของแต่ละผลิตภัณฑ์
แบ่ง 4 สีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน “เหลือง-ส้ม”จับตาใกล้ชิด/แดงจ่อถอนไลเซ่นส์
ทั้งนี้ สำนักงานคปภ.จะนำสัญญาณเตือนภัยทั้งหมดมาจัดกลุ่มบริษัทประกันภัยออกเป็น 4 กลุ่มตามความแข็งแกร่งของฐานะการเงินได้แก่
1.สีเขียว หมายถึงบริษัทมีฐานะการเงินมั่นคงและมีการบริหารมีประสิทธิภาพ มีเงินกองทุนมากกว่าหรือเท่ากับ 150% มีอัตราส่วนสินทรัพย์ ลงทุนต่อเงินกองสำรองประกันภัยมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันชีวิต) มีอัตรา ส่วนสภาพคล่องมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันวินาศภัย) มีอัตราส่วนทางการเงินรายเดือนอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐาน น้อยกว่า 4 อัตราส่วน และมีอัตราส่วนทางการ เงินรายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 8 อัตราส่วน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนทางการเงินรายปีอื่นๆ ออก นอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 7
2.บริษัทสีเหลืองเป็นกลุ่มที่สำนักงานคปภ.จะเริ่มจับตามอง โดยบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้มีเงินกองทุน 110% แต่ต่ำกว่า 150% มี อัตราส่วนสินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัย 70% แต่ต่ำกว่า 100% (บริษัทประกันชีวิต) มีสภาพคล่อง 70% แต่ต่ำกว่า 100% (บริษัทประกันวินาศภัย) มีอัตราส่วนทางการเงินรายเดือนอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์มาตรฐาน 5 ถึง 8 ตัว อัตราส่วนทางการ เงินรายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์มาตรฐาน 8-16 อัตราส่วน (ประกันชีวิต) มีอัตรา ส่วนทางการเงินรายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐาน 7 ถึง 14 ตัว (ประ กันวินาศภัย) ส่วนข้อมูลด้านการบริหารจัดการ มีการตอบสนองในการแก้ไขปัญหาของบริษัทล่าช้า กระบวนการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ พบข้อบกพร่องในระบบการควบคุมภายใน ไม่รายงานข้อมูลสำคัญให้คณะกรรมการบริษัททราบข้อบกพร่องในการบริหารความ เสี่ยงตามมาตรฐานขั้นต่ำและไม่มีหน่วยงานดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย ทางผู้สอบบัญชีและนักคณิตศาสตร์ประกัน ภัยมีความเห็นว่ามีข้อสังเกตที่สำคัญในถ้อยแถลงของผู้บริหารบริษัทไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการแก้ไข ปัญหา โดยมีลักษณะเป็น การปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทมากกว่าผู้เอาประกันภัย ส่วนข้อมูลทางการตลาดพบว่ามีการกระจุกตัวของการรับประกันภัยและการลงทุนเสนอราคาต่ำกว่าคู่แข่งและจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้ากลุ่มบริษัทสีเหลืองทางสำนักงานคปภ. จะเข้าตรวจสอบเป็นระยะ เข้าพบผู้บริหารกรรมการบริษัทเพื่อติดตามการแก้ไขส่งหนังสือ เตือนไปยังกรรมการบริษัททุกท่านรับทราบและ ให้ปรับปรุงฐานะการดำเนินงาน โดยให้บริษัท ส่งแผนการแก้ไขกลับมาภายใน 30 วันและต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ไม่อนุมัติ ให้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่อนุญาตให้ลงทุน ในเงินให้กู้ยืมโดยมีหลักทรัพย์จำนองเป็นประกัน และไม่อนุมัติให้ก่อภาระผูกพันเพิ่มเติมกลุ่มที่
3 บริษัทสีส้ม มีเงินกองทุนขั้นต่ำตามกฎหมายแต่ไม่ถึง 110%, มีอัตราส่วนสิน ทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัยต่ำกว่า 70% (ประกันชีวิต) อัตราส่วนสภาพคล่องต่ำกว่า 70% (ประกันวินาศภัย) อัตราส่วนทาสงการเงินรายเดือนอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐาน มากกว่า 8 อัตราส่วน มีอัตราส่วนทางการเงิน รายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานมากกว่า 16 อัตราส่วน (ประกันชีวิต) มีอัตราส่วนทาง การเงินอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานมากกว่า 14 อัตราส่วน
ด้านข้อมูลการบริหารจัดการ พบข้อบก พร่องในระบบควบคุมภายในและการควบคุมความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินอย่างมาก สินทรัพย์หนุนหลังต่ำกว่าภาระหนี้สินอย่างมาก ข้อสมมติฐานของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและไม่แก้ไขบุคลากรในตำแหน่งสำคัญไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมและขาดการคานอำนาจ มีการใช้ประกันภัยต่อเพื่อบิดเบือนความจริงและผิดวัตถุประสงค์ในการถ่ายโอนความเสี่ยง เป็นกลุ่มที่ผู้สอบบัญชีและนักคณิต ศาสตร์ประกันภัยเห็นว่า มีข้อสังเกตจำนวนมากในถ้อยแถลงของผู้บริหาร บริษัทไม่ให้ความ ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจากข้อสังเกตดังกล่าว ได้รับข้อมูลจากผู้สอบบัญชีว่าบริษัท ไม่ได้จัดทำบัญชีไม่ถูกต้องหรือบันทึกบัญชีไม่ครบถ้วน
สัญญาณจากข้อมูลทางการตลาด มีการเปลี่ยนแปลงอันดับ (rating) โดยสถาบันจัดอันดับ มีข้อโต้แย้งกับผู้รับประกันภัยต่อ เช่น เรื่องการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยต่อ มีการกระจุกตัวในการรับเสี่ยงภัยและการลงทุนสูง มีนโยบายการตลาดที่ส่งผลเสียต่อระบบประกันภัย เช่น ตัดราคา จ่ายค่าบำเหน็จสูง มีข้อร้องเรียนสูง บริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้ ทางคปภ.จะเข้าตรวจ สอบเพื่อติดตามการแก้ไขฐานะการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและพบกรรมการและผู้บริหาร ทุกท่าน ส่งหนังสือเตือนไปยังกรรมการบริษัททุกท่านให้รับทราบและให้ปรับปรุงฐานะการดำเนินงานโดยให้บริษัทส่งแผนการแก้ไขกลับมาภายใน 30 วันและต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ไม่อนุมัติให้ลงทุนในเงินให้กู้ยืมโดยมีหลักทรัพย์ทำจำนองเป็นประกันและเงินลงทุนที่ไม่นับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องอื่นๆ ไม่อนุมัติให้ก่อภาระผูกพันเพิ่มเติม ไม่อนุมัติให้เปิดสาขาเพิ่ม ไม่อนุมัติผลิตภัณฑ์ใหม่และไม่อนุมัติการจ่ายเงินปันผลส่วน
กลุ่มสุดท้ายบริษัทสีแดง มีเงินกองทุนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการไม่สามารถประเมินระดับ ความรุนแรงของปัญหาที่บริษัทประสบอยู่ กรรมการบางคนลาออก ข้อมูลทางการเงินไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีธุรกรรมส่วนใหญ่กับบริษัทในเครือ ไม่สามารถลงนามในเอกสารข้อมูลทางการเงินหรือคำรับรองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ยิ่งกว่านั้น ยังมีสัญญาณทางการตลาดกล่าวคือสื่อมวลชนคาดว่าบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประชาชนยกเลิกกรม ธรรม์ นายหน้าเปลี่ยนไปใช้บริการจากบริษัท อื่น ไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ได้ โดยบริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้ทางสำนักงานคปภ.จะให้เสนอโครงการแก้ไขฐานะการเงินหากไม่เสนอภายในเวลาที่กำหนดหรือโครงการแก้ไขฐานะการเงินไม่ได้รับความเห็นชอบจะสั่งเพิ่มทุน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวด้วย สั่งลดทุนทันที สั่งเพิ่มทุน กรณีบริษัทประกันวินาศภัยให้สั่งหยุดรับประกันเป็นการชั่วคราวด้วย สั่งถอดถอนกรรมการเข้าควบคุมบริษัทกรณีประกันชีวิตและเพิกถอนใบอนุญาต
คำถาม
1. สินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัยต้องมากกว่าหรือเท่ากับกี่เปอร์เซ็น
2. การแบ่งสีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน สีเขียว หมายถึง ?
3. การแบ่งสีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน สีแดง หมายถึง ?
ที่มา หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2551
4 ความคิดเห็น:
คำตอบคือ
1. ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 100%
2. หมายถึงบริษัทมีฐานะการเงินมั่นคงและมีการบริหารมีประสิทธิภาพ มีเงินกองทุนมากกว่าหรือเท่ากับ 150% มีอัตราส่วนสินทรัพย์ ลงทุนต่อเงินกองสำรองประกันภัยมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันชีวิต) มีอัตรา ส่วนสภาพคล่องมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันวินาศภัย) มีอัตราส่วนทางการเงินรายเดือนอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐาน น้อยกว่า 4 อัตราส่วน และมีอัตราส่วนทางการ เงินรายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 8 อัตราส่วน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนทางการเงินรายปีอื่นๆ ออก นอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 7
3. มีเงินกองทุนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการไม่สามารถประเมินระดับ ความรุนแรงของปัญหาที่บริษัทประสบอยู่ กรรมการบางคนลาออก ข้อมูลทางการเงินไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีธุรกรรมส่วนใหญ่กับบริษัทในเครือ ไม่สามารถลงนามในเอกสารข้อมูลทางการเงินหรือคำรับรองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ยิ่งกว่านั้น ยังมีสัญญาณทางการตลาดกล่าวคือสื่อมวลชนคาดว่าบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประชาชนยกเลิกกรม ธรรม์ นายหน้าเปลี่ยนไปใช้บริการจากบริษัท อื่น ไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ได้ โดยบริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้ทางสำนักงานคปภ.จะให้เสนอโครงการแก้ไขฐานะการเงินหากไม่เสนอภายในเวลาที่กำหนดหรือโครงการแก้ไขฐานะการเงินไม่ได้รับความเห็นชอบจะสั่งเพิ่มทุน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวด้วย สั่งลดทุนทันที สั่งเพิ่มทุน กรณีบริษัทประกันวินาศภัยให้สั่งหยุดรับประกันเป็นการชั่วคราวด้วย สั่งถอดถอนกรรมการเข้าควบคุมบริษัทกรณีประกันชีวิตและเพิกถอนใบอนุญาต
นางสาวศรัญญา ใจเจือธรรม
เลขทะเบียน 4901108389
คำตอบ
1.สินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัยต้องมากกว่า
หรือเท่ากับ 100%
2.การแบ่งสีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน สีเขียว หมายถึง บริษัทมีฐานะการเงินมั่นคงและมีการบริหารมีประสิทธิภาพ มีเงินกองทุนมากกว่าหรือเท่ากับ 150% มีอัตราส่วนสินทรัพย์ ลงทุนต่อเงินกองสำรองประกันภัยมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันชีวิต) มีอัตรา ส่วนสภาพคล่องมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันวินาศภัย) มีอัตราส่วนทางการเงินรายเดือนอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐาน น้อยกว่า 4 อัตราส่วน และมีอัตราส่วนทางการ เงินรายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 8 อัตราส่วน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนทางการเงินรายปีอื่นๆ ออก นอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 7
3.การแบ่งสีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน สีแดง หมายถึง มีเงินกองทุนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการไม่สามารถประเมินระดับ ความรุนแรงของปัญหาที่บริษัทประสบอยู่ กรรมการบางคนลาออก ข้อมูลทางการเงินไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีธุรกรรมส่วนใหญ่กับบริษัทในเครือ ไม่สามารถลงนามในเอกสารข้อมูลทางการเงินหรือคำรับรองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ยิ่งกว่านั้น ยังมีสัญญาณทางการตลาดกล่าวคือสื่อมวลชนคาดว่าบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประชาชนยกเลิกกรม ธรรม์ นายหน้าเปลี่ยนไปใช้บริการจากบริษัท อื่น ไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ได้ โดยบริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้ทางสำนักงานคปภ.จะให้เสนอโครงการแก้ไขฐานะการเงินหากไม่เสนอภายในเวลาที่กำหนดหรือโครงการแก้ไขฐานะการเงินไม่ได้รับความเห็นชอบจะสั่งเพิ่มทุน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวด้วย สั่งลดทุนทันที สั่งเพิ่มทุน กรณีบริษัทประกันวินาศภัยให้สั่งหยุดรับประกันเป็นการชั่วคราวด้วย สั่งถอดถอนกรรมการเข้าควบคุมบริษัทกรณีประกันชีวิตและเพิกถอนใบอนุญาต
251utccbx007g3
นางสาวชุติมา เจริญชนม์
เลขทะเบียน 4901100540
1. สินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัยต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 100%
2. การแบ่งสีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน สีเขียวหมายถึง บริษัทมีฐานะการเงินมั่นคงและมีการบริหารมีประสิทธิภาพ มีเงินกองทุนมากกว่าหรือเท่ากับ 150% มีอัตราส่วนสินทรัพย์ ลงทุนต่อเงินกองสำรองประกันภัยมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันชีวิต) มีอัตรา ส่วนสภาพคล่องมากกว่าหรือเท่ากับ 100% (บริษัทประกันวินาศภัย) มีอัตราส่วนทางการเงินรายเดือนอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐาน น้อยกว่า 4 อัตราส่วน และมีอัตราส่วนทางการ เงินรายปีอื่นๆ ออกนอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 8 อัตราส่วน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยมีอัตราส่วนทางการเงินรายปีอื่นๆ ออก นอกเกณฑ์ค่ามาตรฐานน้อยกว่า 7
3. การแบ่งสีตามความแข็งแกร่งทางการเงิน สีแดง หมายถึง มีเงินกองทุนต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ผู้บริหารระดับสูงและกรรมการไม่สามารถประเมินระดับ ความรุนแรงของปัญหาที่บริษัทประสบอยู่ กรรมการบางคนลาออก ข้อมูลทางการเงินไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและมีธุรกรรมส่วนใหญ่กับบริษัทในเครือ ไม่สามารถลงนามในเอกสารข้อมูลทางการเงินหรือคำรับรองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ยิ่งกว่านั้น ยังมีสัญญาณทางการตลาดกล่าวคือสื่อมวลชนคาดว่าบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประชาชนยกเลิกกรม ธรรม์ นายหน้าเปลี่ยนไปใช้บริการจากบริษัท อื่น ไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ได้ โดยบริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้ทางสำนักงานคปภ.จะให้เสนอโครงการแก้ไขฐานะการเงินหากไม่เสนอภายในเวลาที่กำหนดหรือโครงการแก้ไขฐานะการเงินไม่ได้รับความเห็นชอบจะสั่งเพิ่มทุน หากเป็นบริษัทประกันวินาศภัยสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวด้วย สั่งลดทุนทันที สั่งเพิ่มทุน กรณีบริษัทประกันวินาศภัยให้สั่งหยุดรับประกันเป็นการชั่วคราวด้วย สั่งถอดถอนกรรมการเข้าควบคุมบริษัทกรณีประกันชีวิตและเพิกถอนใบอนุญาต
นางสาวนภากร ไตรรัตน์วรวุฒิ
48210128
แสดงความคิดเห็น